Jump to content
กระดานทองคำ
Sign in to follow this  
Gcap GuRu

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ Gcap Gold

Recommended Posts

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 28/11/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,230 1,216 1,190

แนวต้าน (Resistance) 1,247 1,259 1,270

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 พ.ย.) หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นช่วงท้ายเดือนพ.ย.ที่เพิ่มขึ้นเกินคาด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ปรับตัวลดลงในรอบสัปดาห์ที่แล้ว

 

ตลาดเงินนิวยอร์กดีดตัวขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐช่วงท้ายเดือนพ.ย.อยู่ที่ระดับ 75.1 เพิ่มขึ้นจาก 73.2 ในช่วงท้ายเดือนต.ค. เนื่องจากผู้บริโภคที่มีรายได้สูงมีมุมมองที่เป็นบวกมากขึ้นต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 23 พ.ย.

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (27 พ.ย.) โดยสัญญาทองคำปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.ปีนี้ เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังได้กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ร่วงลง 3.6 ดอลลาร์ หรือ 0.29% ปิดที่ 1,237.9 ดอลลาร์/ออนซ์

 

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

แรงซื้อเริ่มเบาบางลง สัญญาณIndicator อ่อนตัวลง อาจจะเป็นแค่ Sideway ทากรอบสามเหลี่ยมเพื่อสร้างฐานแนวรับใหม่ ควรชะลอการลงทุนและรอความชัดเจนของตลาด

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

มุมมองแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (25-29 พ.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.70-32.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ และผลการประชุม กนง. วันที่ 27 พ.ย. ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ดัชนี PMI เขตชิคาโก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ต.ค. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ย.และต.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือน ก.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย สัปดาห์ อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันที่ 28 พ.ย. เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า สัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน เนื่องจากความกังวลอย่างต่อเนื่องต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ กระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาท ยังสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย หลังจากที่บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 29-30 ต.ค. ทำให้ตลาดยังคงต้องประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดอาจจะเริ่มปรับลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ของมาตรการ QE ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่ปิดแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์เมื่อวานนี้ โดยได้รับผลจากเงินทุนไหลเข้าสู่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย จากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะรักษา QE และแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน ค่าเงินรูปีปิดตลาดแข็งค่าขึ้น 0.06% โดยสามารถแข็งค่าผ่านระดับ 62.00 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน สำหรับค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังนักลงทุนซื้อสกุลเงินก่อนการประมูลพันธบัตรรัฐบาล ในช่วงนี้สกุลเงินเอเชียมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 29/11/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,220 1,216 1,200

แนวต้าน (Resistance) 1,252 1,259 1,267

 

ตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย.เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า แต่อย่างไรก็ตาม สกุลเงินดอลล่าร์เมื่อเปิดตลาดเช้านี้ ก็ยังคงอยู่ในโซนที่ราคาแข็งค่าอยู่ ยังคงเป็นตัวแปร กดดันราคาทองคำอยู่ในระยะนี้

 

ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย.เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า ราคามีการปรับตัวขึ้นลงเล็กน้อย แม้ว่าตลาดทางฝั่งยุโรป และเอเซียยังคงเปิดทำการ แต่ภาวะการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง

 

รายงานราคาทอง (ทองคา 96.5%) ประจำวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ตามประกาศของสมาคมค้าทองคา ราคา ทองคาแท่ง รับซื้อบาทละ 18,800.00 ขายบาทละ 18,900.00 ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 18,525.52 ขายบาทละ 19,300.00ทั้งนี้ราคาทองคาปรับลดลง150 บาท เมื่อเทียบกับราคาวานนี้ ( 28พ.ย.)

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคายังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ ๆ ลักษณะ Sideway Up อาจจะต้องรอความชัดเจนของตลาดอีกสักระยะ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

มุมมองแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (25-29 พ.ย.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.70-32.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ และผลการประชุม กนง. วันที่ 27 พ.ย. ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ดัชนี PMI เขตชิคาโก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย. ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขาย ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ต.ค. ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และการอนุญาตก่อสร้างเดือนก.ย.และต.ค. ดัชนีราคาบ้านเดือน ก.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานราย สัปดาห์ อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันที่ 28 พ.ย. เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน เนื่องจากความกังวลอย่างต่อเนื่องต่อสถานการณ์การเมืองในประเทศ กระตุ้นให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาท ยังสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย หลังจากที่บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 29-30 ต.ค. ทำให้ตลาดยังคงต้องประเมินความเป็นไปได้ที่เฟดอาจจะเริ่มปรับลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ของมาตรการ QE ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่ปิดแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์เมื่อวานนี้ โดยได้รับผลจากเงินทุนไหลเข้าสู่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย จากการคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะรักษา QE และแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจของจีน ค่าเงินรูปีปิดตลาดแข็งค่าขึ้น 0.06% โดยสามารถแข็งค่าผ่านระดับ 62.00 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน สำหรับค่าเงินรูเปียห์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังนักลงทุนซื้อสกุลเงินก่อนการประมูลพันธบัตรรัฐบาล ในช่วงนี้สกุลเงินเอเชียมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 2/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,220 1,215 1,200

แนวต้าน (Resistance) 1,259 1,265 1,284

 

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบสกุลเงินหลักส่วนใหญ่เมื่อวันศุกร์ (29 พ.ย.) ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบสกุลเงินอื่นๆ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซนได้ลดความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะผ่อนคลายทางการเงินต่อไป ค่าเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.3583 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 1.3573 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.6365 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6277 ดอลลาร์สหรัฐ

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กดีดตัวขึ้นจากแรงซื้อเก็งกำไรเมื่อวันศุกร์ (29 พ.ย.) แต่ราคาร่วงลงเกือบ 6.5% ในช่วงเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการดิ่งลงมากที่สุดนับแต่ที่ปรับตัวลง 12.2% ในเดือนมิ.ย. และในเช้าวันนี้ สัญญาณทางเทคนิค เริ่มมีการปรับตัวลดลงอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เกิดแพทเทิร์นเป็นรูปแบบ สามเหลี่ยม Tranggle จึงมีความเป็นไปได้ว่าราคาอาจจะมีการแกว่งตัว Sideway ออกด้านข้างอีกสักระยะหนึ่งก่อน

 

แนะแนวทางการลงทุน

แรงซื้อเริ่มเบาบางลงราคาได้ปรับตัวลงอีกครั้ง ทำให้มีมุมมองว่าหากราคาเกิดหลุด $ 1,230 Us/Oz ลงไปอาจจะมีการทาจุด New Low ครั้งใหม่ หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ ทยอยเข้าซื้อที่บริเวณแนวรับของวัน

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (2-6 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ตัวเลขตลาดแรงงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน ต.ค. ยอดขายบ้านใหม่ รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ย.และต.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส3/2556 (ประกาศครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นของการ เมืองในประเทศ และแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือนของกลุ่มผู้นาเข้า นอกจากนี้ แรงขายเงินบาทเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกเหนือการคาดการณ์ของตลาด (และส่งสัญญาณที่ค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ในระยะข้างหน้า)แต่กระนั้น เงินบาทก็ฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้ว่านักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

 

สกุลเงินเอเชีย ปิดผสม เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียแตะระดับ 12,000 ซึ่งอ่อนแอที่สุดในรอบ 5 ปี และเป็นระดับที่มีความสำคัญเชิงจิตวิทยา ส่วนเงินเปโซร่วงลงในขณะที่การเติบโตของจีดีพีของฟิลิปปินส์ในไตรมา ส 3 ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ หรือขยายตัว 7.1%YoY แทน 7.1% ทั้งนี้ เงินริงกิตมาเลเซีย วอนเกาหลีใต้ และ เงินดอลลาร์ไต้หวันแทบไม่เปลี่ยนแปลง เงินวอนยังคงได้รับรงหนุนจากความต้องการจากผู้ส่งออก ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดกล่าวว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้เข้าแทรกแซงในตลาดเพื่อให้ลด ความผันผวนและลดการแข็งค่าของวอน เนื่องจากการส่งออกยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 3/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,207 1,200 1,180

แนวต้าน (Resistance) 1,230 1,236 1,243

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (2 ธ.ค.) ขานรับข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ขณะที่สกุลเงินเยนอ่อนค่าลงหลังจากผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่นส่งสัญญาณว่าอาจจะขยายมาตรการกระตุ้นทางการเงิน

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักกว่า 2% เมื่อคืนนี้ (2 ธ.ค.) เนื่องจากข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ หลังเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณดีขึ้น ก่อให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเริ่มลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในอีกไม่นานนี้ ทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายหลังจากมีรายงานว่ายอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดน้อยลงในช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

เสี่ยงเข้าซื้อ แล้วทำกำไรในจังหวะเด้งรีบาวน์ เหมาะกับการเข้าลงทุนระยะสั้นและระยะกลาง เท่านั้น

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (2-6 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ตัวเลขตลาดแรงงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน ต.ค. ยอดขายบ้านใหม่ รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ย.และต.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส3/2556 (ประกาศครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นของการเมืองในประเทศ และแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า นอกจากนี้ แรงขายเงินบาทเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกเหนือการคาดการณ์ของตลาด (และส่งสัญญาณที่ค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า)แต่กระนั้น เงินบาทก็ฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้ว่านักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

 

สกุลเงินเอเชีย ปิดผสม เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียแตะระดับ 12,000 ซึ่งอ่อนแอที่สุดในรอบ 5 ปี และเป็นระดับที่มีความสำคัญเชิงจิตวิทยา ส่วนเงินเปโซร่วงลงในขณะที่การเติบโตของจีดีพีของฟิลิปปินส์ในไตรมา ส 3 ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ หรือขยายตัว 7.1%YoY แทน 7.1% ทั้งนี้ เงินริงกิตมาเลเซีย วอนเกาหลีใต้ และ เงินดอลลาร์ไต้หวันแทบไม่เปลี่ยนแปลง เงินวอนยังคงได้รับรงหนุนจากความต้องการจากผู้ส่งออก ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดกล่าวว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้เข้าแทรกแซงในตลาดเพื่อให้ลดความผันผวนและลดการแข็งค่าของวอน เนื่องจากการส่งออกยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 4/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,207 1,200 1,180

แนวต้าน (Resistance) 1,228 1,233 1,238

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขาย ก่อนที่ทางการสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนพ.ย. และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.ในวันศุกร์นี้เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 204,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 7.2% ในเดือนพ.ย. ลดลงจาก 7.3% ในเดือนต.ค.ส่วนในวันพรุ่งนี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ของจีดีพีที่แท้จริงประจำไตรมาส 3/2556 ในวันพฤหัสบดีนี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจีดีพีจะขยายตัว 3.0% ในไตรมาส 3/2556 หลังจากขยายตัว 2.8% ในการประมาณการครั้งแรก

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักกว่า 2% เมื่อคืนนี้ (2 ธ.ค.) เนื่องจากข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ หลังเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณดีขึ้น ก่อให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเริ่มลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในอีกไม่นานนี้ ทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายหลังจากมีรายงานว่ายอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคลดน้อยลงในช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาอาจจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบระหว่าง $1,220-1,228 Us/Oz ลักษณะ Sideway อาจจะรอประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในคืนนี้ เพื่อดูความชัดเจนในเรื่องของทิศทางอีกครั้ง

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (2-6 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ตัวเลขตลาดแรงงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน ต.ค. ยอดขายบ้านใหม่ รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ย.และต.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส3/2556 (ประกาศครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นของการเมืองในประเทศ และแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า นอกจากนี้ แรงขายเงินบาทเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกเหนือการคาดการณ์ของตลาด (และส่งสัญญาณที่ค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า) แต่กระนั้น เงินบาทก็ฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้ว่านักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

 

สกุลเงินเอเชียปิดผสม เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียแตะระดับ 12,000 ซึ่งอ่อนแอที่สุดในรอบ 5 ปี และเป็นระดับที่มีความสำคัญเชิงจิตวิทยา ส่วนเงินเปโซร่วงลงในขณะที่การเติบโตของจีดีพีของฟิลิปปินส์ในไตรมาส 3 ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ หรือขยายตัว 7.1%YoY แทน 7.1% ทั้งนี้ เงินริงกิตมาเลเซีย วอนเกาหลีใต้ และ เงินดอลลาร์ไต้หวันแทบไม่เปลี่ยนแปลง เงินวอนยังคงได้รับรงหนุนจากความต้องการจากผู้ส่งออก ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดกล่าวว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้เข้าแทรกแซงในตลาดเพื่อให้ลดความผันผวนและลดการแข็งค่าของวอน เนื่องจากการส่งออกยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว

 

 

 

.

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 4/12/2556

 

แนวโน้มช่วงบ่าย

 

แนวรับ (Support) 1,207 1,200 1,180

แนวต้าน (Resistance) 1,228 1,233 1,238

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) เนื่องจากนักงทุนมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ทางการสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจำเดือนพ.ย. และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 โดยนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.ในวันศุกร์นี้เวลา20.30 น. ตามเวลาไทยซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง180,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มราคาทองคำเคลื่อนไหวในกรอบโดยได้รับแรงหนุนจากจำนวนผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลว่างงานในสเปนปรับตัวลดลงเกือบ 2,500 รายในเดือนพ.ย. ซึ่งถือว่าลดลงเป็นครั้งแรกเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันนับตั้งแต่ปี 2540 ข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสเปนกำลังกระเตื้องขึ้น หลังจากที่อยู่ในภาวะถดถอยมานานกว่า 2 ปีจนถึงไตรมาส 3 ที่ผ่านมานี้ และโปรตุเกสแลกเปลี่ยนพันธบัตรมูลค่า 6.64 พันล้านยูโรเพื่อลดการชำระหนี้ที่จะครบกำหนดในอีก 2 ปี ขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมตัวออกจากโครงการรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศในปีหน้า ด้วยความพยายามที่จะไม่ขอรับเงินช่วยเหลือครั้งใหม่

 

อย่างไรก็ตามสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรปหรือยูโสแสตทเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของยูโรโซนเดือนต.ค.อ่อนตัวลง 0.5% ขณะที่ดัชนี PPI ของกลุ่มสหภาพยุโรป ร่วงลง 0.6 ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปีแล้ว ดัชนีราคาผู้ผลิตในเดือนต.ค.ลดลง 1.4% และ 1.1% ในยูโรโซน และอียู ตามลำดับ

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

ยังคงมีมุมมองเหมือนเมื่อช่วงเช้า ราคายังคง Sideway เพื่อรอปัจจัยข่าวมาสนับสนุน ให้ราคาปรับตัวไปด้านใดด้านหนึ่ง ให้จับตาตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ADP และดัชนีฝ่ายจัดซื้อนอกภาคเกษตร ISM ภายในคืนนี้

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (2-6 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ตัวเลขตลาดแรงงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน ต.ค. ยอดขายบ้านใหม่ รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ย.และต.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส3/2556 (ประกาศครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นของการเมืองในประเทศ และแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า นอกจากนี้ แรงขายเงินบาทเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกเหนือการคาดการณ์ของตลาด (และส่งสัญญาณที่ค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า) แต่กระนั้น เงินบาทก็ฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้ว่านักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

 

สกุลเงินเอเชียปิดผสม เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียแตะระดับ 12,000 ซึ่งอ่อนแอที่สุดในรอบ 5 ปี และเป็นระดับที่มีความสำคัญเชิงจิตวิทยา ส่วนเงินเปโซร่วงลงในขณะที่การเติบโตของจีดีพีของฟิลิปปินส์ในไตรมาส 3 ออกมาต่ำกว่าการคาดการณ์ หรือขยายตัว 7.1%YoY แทน 7.1% ทั้งนี้ เงินริงกิตตมาเลเซีย วอนเกาหลีใต้ และ เงินดอลลาร์ไต้หวันแทบไม่เปลี่ยนแปลง เงินวอนยังคงได้รับรงหนุนจากความต้องการจากผู้ส่งออก ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดกล่าวว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้เข้าแทรกแซงในตลาดเพื่อให้ลดความผันผวนและลดการแข็งค่าของวอน เนื่องจากการส่งออกยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว

 

 

.http://www.youtube.com/watch?v=JH6-sqYuTZs

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 6/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,207 1,200 1,180

แนวต้าน (Resistance) 1,232 1,240 1,256

 

สกุลเงินดอลล่าร์แข็งค่าขึ้น เมื่อประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์กันไว้ โดยเฉพาะตัวเลขแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 30 พ.ย.ร่วงลง 23,000 ราย แตะระดับ 298,000 ราย ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยับขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนในตลาดการเงินต่างก็จับตาดูกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.ในวันนี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 204,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 7.2% ในเดือนพ.ย. ลดลงจาก 7.3% ในเดือนต.ค

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคาซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

หากราคายังไม่สามารถผ่าน $ 1,237 Us/Oz ยังคงเสี่ยงที่จะโดนแรงเทขายออกมาอีกครั้ง หากจะเข้าซื้ออาจจะต้องพิจารณาที่แนวรับ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (2-6 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ตัวเลขตลาดแรงงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน ต.ค. ยอดขายบ้านใหม่ รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ย.และต.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส3/2556 (ประกาศครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นของการเมืองในประเทศ และแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า นอกจากนี้ แรงขายเงินบาทเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกเหนือการคาดการณ์ของตลาด (และส่งสัญญาณที่ค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า)แต่กระนั้น เงินบาทก็ฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้ว่านักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

 

สกุลเงินเอเชีย ปิดผสม เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียแตะระดับ 12,000 ซึ่งอ่อนแอที่สุดในรอบ 5 ปี และเป็นระดับที่มีความสำคัญเชิงจิตวิทยา ส่วนเงินเปโซร่วงลงในขณะที่การเติบโตของจีดีพีของฟิลิปปินส์ในไตรมา ส 3 ออกมาต่ากว่าการคาดการณ์ หรือขยายตัว 7.1%YoY แทน 7.1% ทั้งนี้ เงินริงกิตมาเลเซีย วอนเกาหลีใต้ และ เงินดอลลาร์ไต้หวันแทบไม่เปลี่ยนแปลง เงินวอนยังคงได้รับรงหนุนจากความต้องการจากผู้ส่งออก ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดกล่าวว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้เข้าแทรกแซงในตลาดเพื่อให้ลดความผันผวนและลดการแข็งค่าของวอน เนื่องจากการส่งออกยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว

 

http://www.youtube.com/watch?v=kBjmO5TXMEo

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 9/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,207 1,200 1,180

แนวต้าน (Resistance) 1,232 1,240 1,256

 

สกุลเงินดอลล่าร์แข็งค่าขึ้น เมื่อประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์กันไว้ โดยเฉพาะตัวเลขแรงงานสหรัฐรายงานว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 30 พ.ย.ร่วงลง 23,000 ราย แตะระดับ 298,000 ราย ซึ่งดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยับขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนในตลาดการเงินต่างก็จับตาดูกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้าง งานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.ในวันนี้เวลา 20.30 น.ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นเพียง 180,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. หลังจากเพิ่มขึ้น 204,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. และคาดว่าอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 7.2% ในเดือนพ.ย. ลดลงจาก 7.3% ในเดือนต.ค

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง รวมถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคาซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

หากราคายังไม่สามารถผ่าน $ 1,237 Us/Oz ยังคงเสี่ยงที่จะโดนแรงเทขายออกมาอีกครั้ง หากจะเข้าซื้ออาจจะต้องพิจารณาที่แนวรับ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ประเมินแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (2-6 ธ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.00-32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญประกอบด้วย ตัวเลขตลาดแรงงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการเดือนพ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน ต.ค. ยอดขายบ้านใหม่ รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนก.ย.และต.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส3/2556 (ประกาศครั้งที่ 2) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟด ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนฟื้นตัวกลับมาเล็กน้อยท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทร่วงลงท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้นของการ เมืองในประเทศ และแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐในช่วงปลายเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า นอกจากนี้ แรงขายเงินบาทเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากธปท.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกเหนือการคาดการณ์ของตลาด (และส่งสัญญาณที่ค่อนข้างระมัดระวังมากขึ้นในการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ในระยะข้างหน้า)แต่กระนั้น เงินบาทก็ฟื้นตัวกลับมาบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์ แม้ว่านักลงทุนยังจับตาดูสถานการณ์การเมืองไทยอย่างใกล้ชิด

 

สกุลเงินเอเชีย ปิดผสม เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียแตะระดับ 12,000 ซึ่งอ่อนแอที่สุดในรอบ 5 ปี และเป็นระดับที่มีความสำคัญเชิงจิตวิทยา ส่วนเงินเปโซร่วงลงในขณะที่การเติบโตของจีดีพีของฟิลิปปินส์ในไตรมา ส 3 ออกมาต่ากว่าการคาดการณ์ หรือขยายตัว 7.1%YoY แทน 7.1% ทั้งนี้ เงินริงกิตมาเลเซีย วอนเกาหลีใต้ และ เงินดอลลาร์ไต้หวันแทบไม่เปลี่ยนแปลง เงินวอนยังคงได้รับรงหนุนจากความต้องการจากผู้ส่งออก ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดกล่าวว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้ได้เข้าแทรกแซงในตลาดเพื่อให้ลด ความผันผวนและลดการแข็งค่าของวอน เนื่องจากการส่งออกยังอยู่ในช่วงการฟื้นตัว

 

http://www.youtube.com/watch?v=GL0ylOpLkzY

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 11/12/2556

 

แนวรับ 1,247 1,240 1,230

แนวต้าน1,272 1,280 1,288

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาอาจจะมีการพักตัวเพื่อขึ้นต่อ ดังนั้นอาจจะรอเข้าซื้อที่บริเวณแนวรับ

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

นักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ ซึ่งมีกระแสคาดการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆว่า เฟดอาจจะเริ่มพิจารณาปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังคงเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการคาดการณ์ดังกล่าวด้วย โดยรายงานล่าสุดของคอนเฟอร์เรนซ์ บอร์ด ระบุว่า ...ดัชนีแนวโน้มการจ้างงานเดือนพ.ย.ของคอนเฟอร์เรนซ์ บอร์ด เพิ่มขึ้นแตะ 115.21 ทาสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2551ด้านราคาทองคำได้มีการดีดตัวขึ้น จากแรงซื้อทางเทคนิคคอล ประกอบกับสัญญาณ สกุลเงินดอลล่าร์ อ่อนค่าลงมาเล็กน้อย ทาให้ราคามีการปรับตัวขึ้นไปทดสอบที่บริเวณแนวต้านของวัน 1,268 ก่อนที่จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมา ลักษณะอย่างนี้ แรงซื้อยังดีอยู่ จึงมองว่าราคาน่าจะเป็นการย่อเพื่อขึ้นต่อ

 

http://www.youtube.com/watch?v=fzLWz2BZSZs

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 12/12/2556

 

แนวรับ 1,240 1,230 1,225

แนวต้าน 1,272 1,279 1,288

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

นักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ ซึ่งมีกระแสคาดการณ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆว่า เฟดอาจจะเริ่มพิจารณาปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐยังคงเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการคาดการณ์ดังกล่าวด้วย โดยรายงานล่าสุดของคอนเฟอร์เรนซ์ บอร์ด ระบุว่า ดัชนีแนวโน้มการจ้างงานเดือนพ.ย.ของคอนเฟอร์เรนซ์ บอร์ด เพิ่มขึ้นแตะ 115.21 ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2551 เงินบาทเปิดตลาดแข็งค่าแตะ 31. บาทต่อดอลล่าร์ หลังการเมืองภายในประเทศเริ่มคลี่คลาย และตัวเลขเศรษฐกิจสำหรับฯ ที่ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 32.06 – 32.08 / ดอลล่าร์ แข็งค่าขึ้นแตะ 31 บาท เมื่อเวลา 09.20 และล่าสุด ลงมาอยู่ที่ 32.02 -32.01 ซึ่งวันนี้สามารถรีบาวน์ขึ้นมาได้ โดยอาจจะยืนเหนือ 32.30 บาท ต่อดอลล่าร์ อย่างไรก็ตามคาดว่าในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าคาดว่าราคาจะสามรถปรับตัวลงมาได้อีก ทั้งนี้ ได้รับปัจจัยภายในประเทศเข้ามากระทบคือ ประเด็นทางการเมือง ที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา และยังไม่มีความรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้น โดยมีแนวโน้มที่จะเปิดโต๊ะ เจรจา เพื่อหาทางออกให้กับปัญหานี้ ซึ่งการหันหน้ามาเจรจากัน เป็นปัจจัยบวกให้กับตลาดอยู่แล้ว ขณะที่ ปัจจัยภายนอกมาจากข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และยุโรปที่ออกมาดี จึงส่งผลให้นักลงทุนลดความกังวลเกี่ยวกับมาตราการ QE และตัดสินใจกลับมาถือสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง ด้านราคาทองคำได้มีการดีดตัวขึ้น จากแรงซื้อทางเทคนิคคอล ประกอบกับสัญญาณ สกุลเงินดอลล่าร์ อ่อนค่าลงมาเล็กน้อย ทำให้ราคามีการปรับตัวขึ้นไปทดสอบที่บริเวณแนวต้านของวัน 1,268 ก่อนที่จะมีแรงเทขายทากาไรออกมา ลักษณะอย่างนี้ แรงซื้อยังดีอยู่ จึงมองว่าราคาน่าจะเป็นการย่อเพื่อขึ้นต่อ

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาอาจจะปรับตัวขึ้นได้อีกเล็กน้อยกรณีที่ราคาทา New High ฝั่งซื้อให้ปิดสถานะที่มีกาไร หรือรอ เปิด Shot ที่บริเวณแนวต้าน

 

http://www.youtube.com/watch?v=0zYJSzIW7bI

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 13/12/2556

แนวรับ 1,211 1,198 1,180

แนวต้าน 1,238 1,248 1,255

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจจะลดขนาด QE หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.7% มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.6% และยังทำสถิติปรับตัวเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 เดือน เนื่องจากยอดขายยานยนต์และสินค้าประเภทอื่นๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) โดยสัญญาทองคำร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมที่จะมีขึ้นสัปดาห์หน้า สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 32.3 ดอลลาร์ หรือ 2.57% ปิดที่ 1,224.9 ดอลลาร์/ออนซ์

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาอาจมีการรีบาวน์ขึ้นระหว่างวัน หากราคาดีดขึ้นไม่สามารถผ่าน $ 1,238 Us/Oz ไปได้ อาจจะมีแรงเทขายลงมาอีกครั้ง แนะเปิด Shot ที่บริเวณดังกล่าว

 

http://www.youtube.com/watch?v=VKTMiO2HoPM

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 16/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,213 1,206 1,180 1,206

แนวต้าน (Resistance) 1,241 1,246 1,254

 

สกุลเงินดอลล่าร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐประจำเดือนพ.ย. ปรับตัวลดลง 0.1% ทำสถิติร่วงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยที่เฟดสามารถนำไปประกอบการพิจารณาลด QE นักวิเคราะห์กล่าวว่า โดยปกติแล้วความวิตกกังวลเรื่องเฟดลด QE จะทาให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง แต่ตอนนี้ตลาดได้ซีมซาบแล้วว่าอาจมีการลด QE ในสัปดาห์หน้า ดังนั้นข้อมูลเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลด QE จึงไม่มีผลต่อตลาดในตอนนี้

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์นี้ (13 ธ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อเก็งกำไรหลังราคาทองคำร่วงลงอย่างหนัก 2 วันติดต่อกัน ขณะเดียวกันนักลงทุนกำลังจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเฟดจะพิจารณาเรื่องการชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิง ปริมาณ (QE)

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

 

รอราคาอ่อนตัวค่อยพิจารณาเข้าซื้อที่แนวรับ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

คาดแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (16-20 ธ.ค.) อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.90-32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทิศทางมาตรการ QE จากผลการประชุม FOMC (17-18ธ.ค.) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนธ.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจและการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนต.ค. จีดีพีประจาไตรมาส 3/2556 (ประกาศครั้งสุดท้าย) ตลอดจนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่อ่อนค่าลง ตามความกังวลของตลาดก่อนการประชุมของเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งผู้เล่นในตลาดน่าจะยังไม่เพิ่มการลงทุนในสกุลเงินเอเชียก่อนที่จะมีการ ประกาศของ FOMC ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในภูมิภาควานนี้ (เกาหลีใต้ อินโดนีเซียและ ฟิลิปปินส์) เป็นไปตามคาดและไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินมาก อย่างไรก็ดี เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ที่12,040 เทียบกับเงินดอลลาร์ ตามความต้องการดอลลาร์จากภาคธุรกิจที่ต่อเนื่อง ส่วนเงินเปโซอาจจะได้เห็น แนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะกลาง หลังจากที่ธนาคารกลางได้เน้นย้าถึงความเชื่อมั่นของการเติบโตที่แข็งแกร่งใน ปีหน้า และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าประเทศจะได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น

 

http://www.youtube.com/watch?v=A7LVicQFxtw

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 17/12/2556

 

แนวรับ 1,225 1,207 1,193

แนวต้าน 1,255 1,260 1,268

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

สกุลเงินดอลล่าร์ยังคงแข็งค่าจากความวิตกกังวลได้เพิ่มมากขึ้นหลังจากที่สหรัฐได้เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการลด QE ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐประจำเดือนพ.ย. ปรับตัวลดลง 0.1% ทำสถิติร่วงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่มีแรงกดดันเงินเฟ้อ และเป็นปัจจัยที่เฟดสามารถนำไปประกอบการพิจารณาลด QE สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ธ.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อเก็งกำไร ขณะที่นักลงทุนกาลังจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด นักลงทุนจับตาดูการประชุมเฟดในวันอังคารและวันพุธนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE ในการประชุมเดือนนี้เนื่องจากมีการรายงานข้อมูลการจ้างงานเดือนพ.ย.ที่สดใสในสหรัฐ โดยปัจจุบันวงเงิน QE หรือโครงการซื้อพันธบัตรของสหรัฐอยู่ที่ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน นอกจากนี้ ข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะลดขนาด QE โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย เฟดเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย.ของสหรัฐปรับตัวขึ้น 1.1% ซึ่งพุ่งขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 ปี และนับเป็นสัญญาณบ่งชี้ล่าสุดถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่อัตราการใช้กาลังการผลิตเพิ่มขึ้น 0.8% แตะ 79.0% ในเดือนพ.ย

 

กลยุทธ์การลงทุน

หากราคาหลุดกรอบ $ 1,239 Us/Oz เทรนด์ระยะสั้นจะปลี่ยนเป็นขาลงอีกครั้ง

 

ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญประจำวันนี้

20.30 น. ดัชนีราคาผู้บริโภค(ไม่รวมอาหารและพลังงาน)

20.30 น. ดัชนีราคาผู้บริโภค

20.30 น. ดุลบัญชีเดินสะพัด

22.00 น. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย

 

http://www.youtube.com/watch?v=xm3stH01o9w

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 18/12/2556

 

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,218 1,212 1,207

แนวต้าน (Resistance) 1,244 1,252 1,262

 

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.02/03 บาท/ดอลลาร์ ค่อนข้างทรงตัวจากช่วงปิดตลาดเย็นวานนี้ เนื่องจากนักลงทุนจับตารอคอยการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน(FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ(FED) ที่จะมีขึ้นในช่วงวันที่ 17-18 ธ.ค.นี้ "คาดว่าวันนี้เงินบาทก็คงนิ่งๆ รอ FOMC ประชุม 2 วัน วันพฤหัสจะทราบผล”

 

สภาวะ ตลาดทองคำเมื่อคืนวานนี้ ราคาได้ปรับลดลงทางเทคนิคอล จากแรงเทขาย จากกลุ่มกองทุน ที่ยังคงวิตกกังวลว่า Fed อาจจะมีมาตราการการปรับลด QE ลงจากการที่ตัวเลขเศรษฐกิจ ทางฝั่งสหรัฐฯ อเมริกา เริ่มส่อเค้าว่าจะฟื้นตัวขึ้นมาแล้ว จะสังเกตุได้จากสกุลเงินดอลล่าร์ เริ่มกลับมาแข็งค่าแล้ว ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า จากข้อมูลดังกล่าวนั้น อาจจะนามาพิจารณา ในการปรับลดมาตราการดังกล่าวได้ อาจจะทาให้นักลงทุนมีความกังวลต่อตลาดว่า จะมีการเทขายออกมาอีกครั้ง

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

 

หากราคาไม่สามารถผ่าน $1,237 Us/Oz ไปได้ ยังมีโอกาสย่อลงมาทดสอบที่แนวรับอีกครั้งอาจจะพิจารณาเข้าซื้อที่แนวรับดังกล่าว

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

คาดแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (16-20 ธ.ค.) อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.90-32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทิศทางมาตรการ QE จากผลการประชุม FOMC (17-18ธ.ค.) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนธ.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจและการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนต.ค. จีดีพีประจำไตรมาส 3/2556 (ประกาศครั้งสุดท้าย) ตลอดจนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่อ่อนค่าลง ตามความกังวลของตลาดก่อนการประชุมของเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งผู้เล่นในตลาดน่าจะยังไม่เพิ่มการลงทุนในสกุลเงินเอเชียก่อนที่จะมีการ ประกาศของ FOMC ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในภูมิภาควานนี้ (เกาหลีใต้ อินโดนีเซียและ ฟิลิปปินส์) เป็นไปตามคาดและไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินมาก อย่างไรก็ดี เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ที่12,040 เทียบกับเงินดอลลาร์ ตามความต้องการดอลลาร์จากภาคธุรกิจที่ต่อเนื่อง ส่วนเงินเปโซอาจจะได้เห็น แนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะกลาง หลังจากที่ธนาคารกลางได้เน้นย้าถึงความเชื่อมั่นของการเติบโตที่แข็งแกร่งใน ปีหน้า และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าประเทศจะได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น

 

 

http://www.youtube.com/watch?v=JV6d5k3UWOs

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 19/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,218 1,212 1,207

แนวต้าน (Resistance) 1,235 1,240 1,252

 

สกุลเงินดอลล่าร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ล่าสุดที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดเงินนิวยอร์กนั้น กระทรวงพาณิชย์สหรัฐระบุว่า ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือนพ.ย.ขยายตัว 22.7% จากเดือนต.ค. สู่ระดับ 1,091,000 ยูนิต ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และสูงที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากการสร้างบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวและบ้านสำหรับหลายครอบ ครัวที่ทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการประชุมครั้งล่าสุด โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนม.ค.ปีหน้า

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ธ.ค.) ก่อนที่นักลงทุนจะรับทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ครั้งนี้ ในการประชุมเฟดมีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมครั้งล่าสุดซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ ด้วยการปรับลดวงเงินการซื้อพันธบัตร ลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิมที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน เนื่องจากเศรษฐกิจฟื้นตัวแข็งแกร่งขึ้น และตลาดแรงงานฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวเลขการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและตัวเลขการลงทุนทางธุรกิจปรับตัวดีขึ้น เช่นกัน

 

แนะแนวทางการลงทุน

พิจารณาเข้าซื้อที่บริเวณแนวรับของวัน หากราคายังไม่หลุด 1,200 Us/Oz ยังมีสัญญาณที่เป็นบวก

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

คาดแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (16-20 ธ.ค.) อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.90-32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทิศทางมาตรการ QE จากผลการประชุม FOMC (17-18ธ.ค.) ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนธ.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจและการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนต.ค. จีดีพีประจาไตรมาส 3/2556 (ประกาศครั้งสุดท้าย) ตลอดจนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่อ่อนค่าลง ตามความกังวลของตลาดก่อนการประชุมของเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งผู้เล่นในตลาดน่าจะยังไม่เพิ่มการลงทุนในสกุลเงินเอเชียก่อนที่จะมีการ ประกาศของ FOMC ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในภูมิภาควานนี้ (เกาหลีใต้ อินโดนีเซียและ ฟิลิปปินส์) เป็นไปตามคาดและไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินมาก อย่างไรก็ดี เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี ที่12,040 เทียบกับเงินดอลลาร์ ตามความต้องการดอลลาร์จากภาคธุรกิจที่ต่อเนื่อง ส่วนเงินเปโซอาจจะได้เห็น แนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะกลาง หลังจากที่ธนาคารกลางได้เน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นของการเติบโตที่แข็งแกร่งใน ปีหน้า และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าประเทศจะได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น

 

http://www.youtube.com/watch?v=yStJVmahAOI

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 20/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,186 1,177 1,170

แนวต้าน (Resistance) 1,216 1,221 1,227

 

การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดสัญญาทองคำดิ่งลงด้วย โดยดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นมาตรวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลักๆในตะกร้าเงิน พุ่งขึ้นแตะระดับ 80.602 จุด จากวันพุทธที่ระดับ 80.477 จุด อันเนื่องมาจากข่าวเฟดลดวงเงิน QE

 

สัญญาทองคำร่วงลงต่ำกว่าระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหลังจากเฟดมีมติปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมครั้งล่าสุดซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อวานนี้ ด้วยการปรับลดวงเงินการซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิมที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน

 

แนะแนวทางการลงทุน

ระหว่างวันอาจมีการเด้งรีบาวน์ แต่ไม่น่าเกิน $ 1,210 Us/Oz ตัดสถานะตัวที่มีกำไร และเปลี่ยนมาเล่นฝั่ง Shot

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

คาดแนวโน้มค่าเงินบาทสัปดาห์หน้า (16-20 ธ.ค.) อาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.90-32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยต้องจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทิศทางมาตรการ QE จากผลการประชุม FOMC (17-18ธ.ค.) ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนธ.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดขายบ้านมือสอง ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจและการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย. ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนต.ค. จีดีพีประจำไตรมาส 3/2556 (ประกาศครั้งสุดท้าย) ตลอดจนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่อ่อนค่าลง ตามความกังวลของตลาดก่อนการประชุมของเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งผู้เล่นในตลาดน่าจะยังไม่เพิ่มการลงทุนในสกุลเงินเอเชียก่อนที่จะมีการประกาศของ FOMC ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในภูมิภาควานนี้(เกาหลีใต้ อินโดนีเซียและ ฟิลิปปินส์) เป็นไปตามคาดและไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินมาก อย่างไรก็ดี เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียซื้อขายใกล้ระดับต่าสุดในรอบ 5 ปี ที่12,040 เทียบกับเงินดอลลาร์ ตามความต้องการดอลลาร์จากภาคธุรกิจที่ต่อเนื่อง ส่วนเงินเปโซอาจจะได้เห็น แนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะกลาง หลังจากที่ธนาคารกลางได้เน้นย้าถึงความเชื่อมั่นของการเติบโตที่แข็งแกร่งในปีหน้า และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าประเทศจะได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น

 

http://www.youtube.com/watch?v=NOlCcxqOgzA

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 23/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,186 1,177 1,170

แนวต้าน (Resistance) 1,206 1,212 1,218

 

ดอลลาร์อ่อนตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 วันติดต่อกัน อันเป็นผลมาจากการตัดสินใจปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ (20 ธ.ค.) หลังจากที่ร่วงลงอย่างรุนแรงถึง 3.4% เมื่อวันก่อน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 10.1 ดอลลาร์ หรือ 0.85% ปิดที่ 1,203.7 ดอลลาร์/ออนซ์

 

นักลงทุนกลับเข้ามาช้อนซื้อสัญญาทองคำหลังจากที่ราคาร่วงหลุดระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาคอัญมณีและอุตสาหกรรมผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทางเทคนิคต่อราคาทองคำ แต่อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเนื่องจากตลาดคาดว่า จะมีการปรับลดขนาดของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณลงอีกในอนาคต

บริษัทโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ ระบุว่า ราคาทองคามีแนวโน้มที่จะทาสถิติปรับตัวลดลงต่อปีสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2524 และคาดว่าราคาจะปรับตัวลงแตะ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในสิ้นปีหน้า

 

แนะแนวทางการลงทุน

หากราคายังไม่สามารถผ่าน $ 1,216 Us/Oz ยังเสี่ยงโดนแรงเทขาย ให้รอจังหวะ ราคาทดสอบแนวต้านแนะเปิด Shot

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ค่าเงินบาทเมื่อคืนวันศุกร์ (20 ธ.ค.) ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 32.47/49 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับช่วงเย็นวันพฤหัสบดีที่ปิดตลาดที่ระดับ 32.46/47 บาท/ดอลลาร์ แนวโน้มเงินบาทยังมีโอกาสอ่อนค่าได้ต่อ หลังจากที่เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาไปทดสอบระดับ 32.50 บาท/ดอลลาร์ แต่ยังไม่ผ่าน ซึ่งหากผ่านไปได้ในวันนี้ก็จะเป็นการอ่อนค่ามากสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 53 หากค่าเงินบาทอ่อนค่าหลุดระดับ 32.50 ก็จะเป็นการอ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปี เพราะช่วงนั้น(3 ปีก่อน)อยู่ที่ 32.48/49 แต่เมื่อคืนไป test ที่ 32.50 แต่ยังไม่ผ่าน วันนี้มีโอกาสจะไป test อีกครั้ง ถ้าผ่านไปได้บาทคงขยับขึ้นไปอีกเยอะพอสมควร เพราะทะลุ 3 ปีขึ้นไป และเห็นเป็นขาขึ้น(อ่อนค่า)ได้ชัดเจน

 

ค่าของเงินบาทเป็นไปในในทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาคที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจัยสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ตัดสินใจจะทยอยปรับลดมาตรการ QE ลง ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ต้นปีหน้า ในขณะที่ปัจจัยการเมืองในประเทศเริ่มอ่อนลงแล้ว ตราบใดที่ยังไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง

 

สกุลเงินเอเชีย ส่วนใหญ่อ่อนค่าลง ตามความกังวลของตลาดก่อนการประชุมของเฟดในสัปดาห์หน้า ซึ่งผู้เล่นในตลาดน่าจะยังไม่เพิ่มการลงทุนในสกุลเงินเอเชียก่อนที่จะมีการประกาศของ FOMC ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ การตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางในภูมิภาควานนี้(เกาหลีใต้ อินโดนีเซียและ ฟิลิปปินส์) เป็นไปตามคาดและไม่ได้ส่งผลต่อค่าเงินมาก อย่างไรก็ดี เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ 12,040 เทียบกับเงินดอลลาร์ ตามความต้องการดอลลาร์จากภาคธุรกิจที่ต่อเนื่อง ส่วนเงินเปโซอาจจะได้เห็น แนวโน้มที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะกลาง หลังจากที่ธนาคารกลางได้เน้นย้าถึงความเชื่อมั่นของการเติบโตที่แข็งแกร่งในปีหน้า และคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าประเทศจะได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่น

 

http://www.youtube.com/watch?v=qP9qTjj6Bko

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 24/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,186 1,177 1,170

แนวต้าน (Resistance) 1,212 1,218 1,225

 

ดอลลาร์อ่อนตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ หลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้น 2 วันติดต่อกัน อันเป็นผลมาจากการตัดสินใจปรับลดขนาดมาตรการกระตุ้นของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ (20 ธ.ค.) หลังจากที่ร่วงลงอย่างรุนแรงถึง 3.4% เมื่อวันก่อน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 10.1 ดอลลาร์ หรือ 0.85% ปิดที่ 1,203.7 ดอลลาร์/ออนซ์

 

นักลงทุนกลับเข้ามาช้อนซื้อสัญญาทองคำหลังจากที่ราคาร่วงหลุดระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาคอัญมณีและอุตสาหกรรมผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทางเทคนิคต่อราคาทองคำ แต่อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเนื่องจากตลาดคาดว่า จะมีการปรับลดขนาดของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณลงอีกในอนาคต

บริษัทโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ ระบุว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะทำสถิติปรับตัวลดลงต่อปีสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2524 และคาดว่าราคาจะปรับตัวลงแตะ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในสิ้นปีหน้า

 

แนะแนวทางการลงทุน

เช้านี้ราคาอาจจะเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down วอลลุ่มการซื้อขายเริ่มเบาบางเนื่องจากใกล้เข้าเทศกาลวันหยุดคริสมาส

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ค่าเงินดอลลาร์ได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ประกาศลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (Quantitative Easing : QE) จากจำนวน 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ลงเป็น 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน นอกจากนี้ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐ (Burean of Economic Analysis) ได้ประกาศตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศประจำไตรมาสที่ 3 ที่ระดับขยายตัว 4.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.6% ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดปริมาณมาตรการผ่อนคลายทางการเงินลงในอนาคต

 

ในส่วนของค่าเงินบาท ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ค่าเงินบาทยังได้รับอานิสงส์จากแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน เนื่องจากในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ โดยในระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.65-32.77 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 32.66/68 บาท/ดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตามองตัวเลขเศรษฐกิจที่สาคัญของไทยได้แก่ ยอดส่งออก นาเข้า ดุลบัญชีการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดประจำเดือนพฤศจิกายน

 

http://www.youtube.com/watch?v=iqrlhLsiYcs

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 25/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,186 1,177 1,170

แนวต้าน (Resistance) 1,212 1,218 1,226

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และยอดขายบ้านใหม่ที่พุ่งขึ้นเกินคาด

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% บ่งชี้ว่าการลงทุนและความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจกาลังฟื้นตัวขึ้นจากช่วงไตรมาสสาม

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืน (23 ธ.ค.) หลังจากที่ร่วงลง เมื่อวันก่อน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 10.1 ดอลลาร์ หรือ 0.85% ปิดที่ 1,203.7 ดอลลาร์/ออนซ์

 

นักลงทุนกลับเข้ามาช้อนซื้อสัญญาทองคำหลังจากที่ราคาร่วงหลุดระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาคอัญมณีและอุตสาหกรรมผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทางเทคนิคต่อราคาทองคำ แต่อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเนื่องจากตลาดคาดว่า จะมีการปรับลดขนาดของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณลงอีกในอนาคต

บริษัทโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ ระบุว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะทำสถิติปรับตัวลดลงต่อปีสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2524 และคาดว่าราคาจะปรับตัวลงแตะ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในสิ้นปีหน้า

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาอาจจะเป็น Sideway Up อีกสักระยะหนึ่ง วอลลุ่มการซื้อ ขาย อาจจะเบาบาง เนื่องจากเป็นเทศกาลคริสต์มาส (บางหน่วยงานเริ่มปิดทำการแล้ว)

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ค่าเงินดอลลาร์ได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ประกาศลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (Quantitative Easing : QE) จากจำนวน 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ลงเป็น 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน นอกจากนี้ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐ (Burean of Economic Analysis) ได้ประกาศตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศประจาไตรมาสที่ 3 ที่ระดับขยายตัว 4.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.6% ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดปริมาณมาตรการผ่อนคลายทางการเงินลงในอนาคต

 

ในส่วนของค่าเงินบาท ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ค่าเงินบาทยังได้รับอานิสงส์จากแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน เนื่องจากในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ โดยในระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.65-32.77 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 32.66/68 บาท/ดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตามองตัวเลขเศรษฐกิจที่สาคัญของไทยได้แก่ ยอดส่งออก นำเข้า ดุลบัญชีการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดประจำเดือนพฤศจิกายน

 

http://www.gcap.co.t...ld/pic/head.jpg

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 26/12/2556

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,186 1,177 1,170

แนวต้าน (Resistance) 1,212 1,218 1,226

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ รวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และยอดขายบ้านใหม่ที่พุ่งขึ้นเกินคาด

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% บ่งชี้ว่าการลงทุนและความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจกาลังฟื้นตัวขึ้นจากช่วงไตรมาสสาม

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืน (23 ธ.ค.) หลังจากที่ร่วงลง เมื่อวันก่อน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 10.1 ดอลลาร์ หรือ 0.85% ปิดที่ 1,203.7 ดอลลาร์/ออนซ์

 

นักลงทุนกลับเข้ามาช้อนซื้อสัญญาทองคำหลังจากที่ราคาร่วงหลุดระดับ 1,200 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาคอัญมณีและอุตสาหกรรมผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนทางเทคนิคต่อราคาทองคำ แต่อย่างไรก็ดี ราคาทองคำยังคงมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเนื่องจากตลาดคาดว่า จะมีการปรับลดขนาดของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณลงอีกในอนาคต

บริษัทโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป อิงค์ ระบุว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะทำสถิติปรับตัวลดลงต่อปีสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2524 และคาดว่าราคาจะปรับตัวลงแตะ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในสิ้นปีหน้า

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในวงจากัด วอลลุ่มซื้อขายเบาบาง อาจจะต้องรอการประกาศตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานในคืนนี้เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนราคาทองคา ทิศทางยังคงเป็น Sideway

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ค่าเงินดอลลาร์ได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ประกาศลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (Quantitative Easing : QE) จากจานวน 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ลงเป็น 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน นอกจากนี้ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา สานักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐ (Burean of Economic Analysis) ได้ประกาศตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศประจาไตรมาสที่ 3 ที่ระดับขยายตัว 4.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.6% ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดปริมาณมาตรการผ่อนคลายทางการเงินลงในอนาคต

ในส่วนของค่าเงินบาท ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ค่าเงินบาทยังได้รับอานิสงส์จากแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน เนื่องจากในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ โดยในระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.65-32.77 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 32.66/68 บาท/ดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตามองตัวเลขเศรษฐกิจที่สาคัญของไทยได้แก่ ยอดส่งออก นาเข้า ดุลบัญชีการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดประจาเดือนพฤศจิกายน

 

http://www.youtube.com/watch?v=WPZP4jBkRAI

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 27/12/2556

 

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

 

แนวรับ 1,177 1,169 1,150

แนวต้าน 1,220 1,226 1,230

 

เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.67/69 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวในระดับเดียวกับช่วงปิดตลาดเย็นวานนี้ ก่อนที่เงินบาทจะปรับตัวอ่อนค่ามาทานิวไฮในรอบ 3 ปีที่ระดับ 32.80 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับภูมิภาค เนื่องจากปัจจัยเกี่ยวกับการปรับลดขนาด QE ที่ประธานเฟดออกมาแสดงความเห็นว่าควรที่จะมีการปรับลดมากขึ้น ตลอดจนความกังวลเรื่องสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ประกอบกับการประกาศลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี3) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้น ระยะต่อไปคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต้องติดตามปัจจัยที่จะกดดันทั้งในและต่างประเทศ ราคาทองคำเปิดตลาดที่ระดับ 1,202 เหรียญ/ออนซ์ และกลับมาปิดช่วงกลางคืนที่ระดับ 1,202 (22.30 น.) เหรียญ/ออนซ์ ค่าเงินบาทปิด 32.60 บาท/ดอลลาร์ ราคาสมาคมเปิดที่ 18,550 บาท กับ 18,650 บาท และกลับมาปิดที่ 18,500 บาท กับ 18,600 บาท ทองคากลับมาแกว่งตัวต่ำกว่า 1,200 เหรียญอีกครั้งในวันนี้ และน่าจะปรับตัวลงไปที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ในช่วงการซื้อขายที่เป็นไปอย่างเบาบาง หลังตัวเลขการใช้จ่ายของสหรัฐที่ออกมาดีขึ้นกว่าเดิม กดดันราคาทองคา รายงานคิทโก้ระบุว่า ทองคายังคงให้ทิศทางภาวะหมีขาลงแต่ยังคงมีแรงความต้องการเข้าซื้ออยู่บ้างตลาดเริ่มเบาบางเพราะเข้าใกล้เทศกาลวัน Christmas ที่จะมาถึง ทองคำปิดปรับตัวลดลงและเบาบางจากที่เข้าใกล้เทศกาลวันหยุดยาว และเม็ดเงินถูกโยกย้ายไปยังตลาดหุ้นที่ในเวลานี้ตลาดหุ้นดาวส์โจนและเอส แอนด์พี 500 เป็นภาวะกระทิงขาขึ้น

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาได้ขึ้นมาทดสอบแนวต้านของเมื่อวานนี้แล้ว อาจจะมีการย่อพักตัวระหว่างวัน ให้หาจังหวะเปิด Shot เมื่อราคาทดสอบแนวต้านของวันนี้

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ค่าเงินดอลลาร์ได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ได้ประกาศลดมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน (Quantitative Easing : QE) จากจำนวน 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ลงเป็น 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน นอกจากนี้ในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจของสหรัฐ (Burean of Economic Analysis) ได้ประกาศตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศประจำไตรมาสที่ 3 ที่ระดับขยายตัว 4.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3.6% ส่งผลให้นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะลดปริมาณมาตรการผ่อนคลายทางการเงินลงในอนาคต

 

ในส่วนของค่าเงินบาท ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากปัจจัยภายนอกประเทศ ค่าเงินบาทยังได้รับอานิสงส์จากแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน เนื่องจากในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ โดยในระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.65-32.77 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 32.66/68 บาท/ดอลลาร์ แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตามองตัวเลขเศรษฐกิจที่สาคัญของไทยได้แก่ ยอดส่งออก นำเข้า ดุลบัญชีการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัดประจำเดือนพฤศจิกายน

 

http://www.youtube.com/watch?v=aufH2XmISO4

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 3/1/2557

 

 

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

 

แนวรับ 1,212 1,209 1,200

แนวต้าน 1,242 1,250 1,256

 

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% บ่งชี้ว่าการลงทุนและความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจกำลังฟื้นตัวขึ้นจากช่วงไตรมาสสาม

 

ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์หลังจากทำสถิติปรับตัวลงต่อปี สูงที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ ในขณะที่ราคาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนได้ดึงดูดแรงซื้อทั้งทองรูปพรรณและสัญญาทองคำจากนักลงทุน

 

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% แตะที่ 1,216.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลาประมาณ 20.02 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

 

เริ่มมีสัญญาณซื้อเข้ามาในตลาดมีมุมมองที่เป็นบวก หากราคาอ่อนตัวลงมาที่แนวรับอาจจะพิจารณาเข้าซื้อ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนปรับตัวขึ้น 3.5% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% บ่งชี้ว่าการลงทุนและความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจกำลังฟื้นตัวขึ้นจากช่วงไตรมาสสาม ราคาทองฟิวเจอร์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์หลังจากทำสถิติปรับตัวลงต่อปี สูงที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ ในขณะที่ราคาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนได้ดึงดูดแรงซื้อทั้งทองรูปพรรณและสัญญาทองคำจากนักลงทุน สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% แตะที่ 1,216.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลาประมาณ 20.02 น.ตามเวลาประเทศไทย

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 6/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,218 1,210 1,200

แนวต้าน (Resistance) 1,244 1,253 1,258

 

ค่าเงินบาทปิดทำการเมื่อวันศุกร์ที่ 3มกราคม 2557 อ่อนค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ และกระแสการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ จากแนวโน้มการชะลอมาตรการ QE ของ ธนาคารกลางสหรัฐฯเฟด

 

ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะยังไม่ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่จากเงินบาทที่อ่อนค่า เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเผชิญความเสี่ยงจากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลกระทบของปัจจัยทางการเมืองที่กดดันบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาทที่ยังเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ก็ทาให้ภาคการส่งออกไทยก็ยังไม่มีแต้มต่อที่เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (3 ม.ค.) โดยราคายังคงดีดตัวกลับอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ร่วงลงอย่างรุนแรงในปี 2556 และปรับตัวขึ้นทั้งหมด 2% ในสัปดาห์นี้ แรงซื้อเก็งกำไรและแรงช้อนซื้อหนุนราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณของการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในทองคำแท่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเอเชีย ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ข้อมูลสถิติของสภาทองคำโลกในลอนดอนบ่งชี้ว่า อุปสงค์ในอัญมณี ทองคาแท่ง และ เหรียญกสาปน์ของจีนปรับตัวขึ้น 30% สู่ระดับ 996.3 ตันในช่วง 12 เดือนสิ้นสุด ณ วันที่ 30 ก.ย. ในขณะที่อินเดียซึ่งเป็นประเทศผู้ซื้อรายใหญ่อันดับที่ 2 เพิ่มขึ้น 24% แตะที่ 977.6 ตัน

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาขึ้นทอสอบแนวต้านแล้ว อาจจะมีการพักตัวระหว่างวัน แนะให้ซื้อขายตามกรอบ

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ค่าเงินบาทปิดทำการเมื่อวันศุกร์ที่ 3 มกราคม 2557 อ่อนค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ และกระแสการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ จากแนวโน้มการชะลอมาตรการ QE ของ ธนาคารกลางสหรัฐฯเฟด

 

ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะยังไม่ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่จากเงินบาทที่อ่อนค่า เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเผชิญความเสี่ยงจากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลกระทบของปัจจัยทางการเมืองที่กดดันบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาทที่ยังเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ก็ทาให้ภาคการส่งออกไทยก็ยังไม่มีแต้มต่อที่เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

 

ในส่วนของค่าเงินบาท ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ค่าเงินบาทยังได้รับอานิสงส์จากแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน เนื่องจากในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ โดยในระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.00-33.24 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 33.294/ บาท/ดอลลาร์

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 7/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ 1,222 1,216 1,200

แนวต้าน 1,244 1,253 1,258

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

ค่าเงินบาท อ่อนค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ และกระแสการชะลอมาตรการ QE ของ ธนาคารกลางสหรัฐฯเฟด ขณะที่ กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะยังไม่ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่จากเงินบาทที่อ่อนค่า เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเผชิญความเสี่ยงจากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลกระทบของปัจจัยทางการเมืองที่กดดันบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาทที่ยังเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ก็ทำให้ภาคการส่งออกไทยก็ยังไม่มีแต้มต่อที่เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อข้อมูลที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัวของภาคบริการในสหรัฐ นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของภาคบริการในสหรัฐ โดยสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยผลสำรวจที่ระบุว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐในเดือนธ.ค.ปรับตัวลงสู่ระดับ 53.0 จาก 53.9 ในเดือนพ.ย. และดัชนีปรับตัวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ 54.5 เพราะได้รับแรงกดดันจากดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ของ ISM ที่หดตัวลงแตะ 49.4 ในเดือนธ.ค. จาก 56.4 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกนับแต่กลางปี 2552 สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ม.ค.) นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ทางการสหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ รวมถึงตัวเลขจ้างงานเดือนธ.ค. และรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อประเมินว่าเฟดวางแผนนโยบายการเงินในอนาคตอย่างไร

 

แนะแนวการลงทุน

แนะเข้าซื้อที่บริเวณแนวรับ มองว่าอาจจะมีการย่อระหว่างวัน

 

http://www.youtube.com/watch?v=kfXz3BunqRU

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now
Sign in to follow this  

×