Jump to content
กระดานทองคำ
Sign in to follow this  
Gcap GuRu

บทวิเคราะห์ราคาทองคำ Gcap Gold

Recommended Posts

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 8/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,220 1,214 1,203

แนวต้าน (Resistance) 1,244 1,253 1,256

 

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นหลังจากกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐรายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐในเดือนพ.ย. ปรับตัวลดลง 12.9% สู่ระดับ 3.425 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 3.933 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากยอดส่งออกของสหรัฐขยายตัว 0.9% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 1.9486 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ ยอดขาดดุลที่ลดลงอย่างมากในเดือนพ.ย.อาจหมายความว่า เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 4 อาจขยายตัวเร็วกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดยยอดขาดดุลที่ลดลงหมายความว่าสหรัฐขายสินค้าไปยังต่างประเทศได้มากขึ้น และซื้อสินค้าจากต่างประเทศน้อยลง ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นขานรับข่าวที่ว่า วุฒิสภาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียง 56 ต่อ 26 รับรองนางเจเน็ต เยลเลน ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แทนนายเบน เบอร์นันเก้ ที่จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในสิ้นเดือนม.ค.นี้ โดยนางเยลเลนจะเป็นสุภาพสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ 100 ปีของเฟดที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดของเฟด

 

ราคาทองคำวานนี้ (7 ม.ค.) ปิดลบพอสมควร หลังข้อมูลการค้าของสหรัฐฯส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ลดลง 8.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,229.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ หลังจากกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐรายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐในเดือนพ.ย. ปรับตัวลดลง 12.9% สู่ระดับ 3.425 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 3.933 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากการส่งออกที่ขยายตัวขึ้นทำสถิติสูงสุด

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคายังอยู่ในช่วงของการปรับฐานย่อย อาจจะพิจารณาเข้าซื้อที่บริเวณแนวรับ

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ค่าเงินบาท อ่อนค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดทางการเมืองในประเทศ และกระแสการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ จากแนวโน้มการชะลอมาตรการ QE ของ ธนาคารกลางสหรัฐฯเฟด ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยอาจจะยังไม่ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่จากเงินบาทที่อ่อนค่า เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเผชิญความเสี่ยงจากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลกระทบของปัจจัยทางการเมืองที่กดดันบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาทที่ยังเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ก็ทำให้ภาคการส่งออกไทยก็ยังไม่มีแต้มต่อที่เพิ่มขึ้นมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

 

ในส่วนของค่าเงินบาท ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ค่าเงินบาทยังได้รับอานิสงส์จากแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน เนื่องจากในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ โดยในระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.00-33.24 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 33.294/ บาท/ดอลลาร์

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 9/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,214 1,203 1,180

แนวต้าน (Resistance) 1,244 1,253 1,256

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ม.ค.) หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า กรรมการเฟดส่วนใหญ่ของเฟดให้การสนับสนุนการปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และส่งสัญญาณว่าอาจจะลดขนาดมาตรการ QE ลงอีกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

ดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากข้อมูลของ ADP ที่ระบุว่า ภาคเอกชนทั่วสหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 238,000 ตาแหน่งในเดือนธ.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเพียง 200,000 ตาแหน่ง

ราคาทองคาวานนี้ (7 ม.ค.) ปิดลบพอสมควร หลังข้อมูลการค้าของสหรัฐฯส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น สัญญาทองคาตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 4.1 ดอลลาร์ หรือ 0.33% ปิดที่ 1,225.5 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1231.8 - 1217.7 ดอลลาร์

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (8 ม.ค.) เนื่องจากข้อมูลด้านการจ้างงานที่แข็งแกร่งของภาคเอกชนสหรัฐ ทำให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

 

แนะแนวทางการลงทุน

 

ราคาผ่านแนวต้านแรกไม่ได้แนะเปิด Shot

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

เงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินในเอเชีย หลังจากที่ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินสำคัญทั่วทั้งโลก เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ของเฟด

 

อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากเงินต่างประเทศที่เข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้ต่างชาติซื้อเป็นยอดสุทธิ 3 วันติดต่อกัน ทาให้เกิดการชะลอการขายเงินบาทของนักลงทุน แม้ว่าเงินบาทจะยังคงรับข่าวร้ายจากสถนการณ์การเมืองในประเทศก็ตาม ในส่วนของค่าเงินบาท ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ค่าเงินบาทยังได้รับอานิสงส์จากแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน เนื่องจากในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ โดยในระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.00-33.24 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 33.294/ บาท/ดอลลาร์

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 10/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,215 1,203 1,177

แนวต้าน (Resistance) 1,236 1,250 1,259

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแม้ว่ามีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานภายในประเทศก็ตาม โดยเมื่อช่วงค่่าวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 ม.ค. ปรับตัวลดลง 15,000 ราย สู่ระดับ 330,000 ราย ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 335,000 ราย นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาดูข้อมูลด้านแรงงานของสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นปัจจัยชี้นำว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงอีกหรือไม่ หลังจากที่การประชุมเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว เฟดมีมติปรับลดขนาด QE ด้วยการลดวงเงินการซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิม 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน

 

สัญญาทองคำได้รับปัจจัยบวกจากแรงซื้อเก็งก่าไร หลังจากราคาดิ่งลงติดต่อกันหลายวันก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังดีดตัวขึ้นหลังจากรายงานการประชุมการเงินประจำเดือนธ.ค.ของเฟดไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเฟดจะปรับลดขนาดมาตรการ QE อีกเมื่อใด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนวิตกกังวลว่าข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐอาจจะทำให้เฟดเริ่มพิจารณาการปรับลดขนาด QE ลงอีก โดยเมื่อช่วงค่่าวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 4 ม.ค. ปรับตัวลดลง 15,000 ราย สู่ระดับ 330,000 ราย ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 335,000 ราย นอกจากนี้ ธนาคารรายใหญ่หลายแห่งยังได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ โดยแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ปรับลดคาดการณ์ราคาทองค่าในปี 2557 ลง 11% สู่ระดับ 1,150 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ธนาคารบาร์เคลย์คาดว่าราคาทองคำโดยเฉลี่ยในปี 2557 จะอยู่ที่ 1,205 ดอลลาร์/ออนซ์

 

แนะแนวทางการลงทุน

หากราคายังไม่ผ่าน $ 1,236 Us/Oz อาจจะมีการพักตัวลงมาอีกครั้ง ถ้าจะเข้าซื้อรอราคาอ่อนตัวลงมาที่แนวรับ

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

เงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินในเอเชีย หลังจากที่ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินสำคัญทั่วทั้งโลก เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ของเฟด

 

สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 ม.ค.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่่าสุดเป็นประวัติการณ์ในการประชุมเมื่อวานนี้ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้เช่นกัน

 

อย่างไรก็ตาม แรงหนุนจากเงินต่างประเทศที่เข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ส่งผลให้ต่างชาติซื้อเป็นยอดสุทธิ 3 วันติดต่อกัน ทำให้เกิดการชะลอการขายเงินบาทของนักลงทุน แม้ว่าเงินบาทจะยังคงรับข่าวร้ายจากสถานการณ์การเมืองในประเทศก็ตาม ในส่วนของค่าเงินบาท ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากปัจจัยภายนอกประเทศ ค่าเงินบาทยังได้รับอานิสงส์จากแรงเทขายเงินบาทของนักลงทุน เนื่องจากในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ประกอบกับความไม่แน่นอนทางการเมืองภายในประเทศ โดยในระหว่างวันค่าเงินเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.00-33.24 บาท/ดอลลาร์ ก่อนปิดตลาดที่ 33.294/ บาท/ดอลลาร์

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 13/1/2557

 

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

 

แนวรับ 1,230 1,218 1,210

แนวต้าน 1,256 1,267 1,287

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงแม้ว่ามีข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานภายในประเทศก็ตาม โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่ปรับตัวลดลง 15,000 ราย สู่ระดับ 330,000 ราย นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาดู ข้อมูลด้านแรงงานของสหรัฐอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นปัจจัยชี้น่าว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงอีกหรือไม่ แนวโน้มสัปดาห์หน้า (13-17ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพ.ย. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม งบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่น ผู้บริโภค (ตัวเลขเบื้องต้น) เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ สัญญาทองคำได้รับปัจจัยบวกจากแรงซื้อเก็งกำไร หลังจากราคาดิ่งลงติดต่อกันหลายวันก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังดีดตัวขึ้นหลังจากรายงานการประชุมการเงินประจ่าเดือนธ.ค.ของเฟดไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเฟดจะปรับลดขนาดมาตรการ QE อีกเมื่อใด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนวิตกกังวลว่าข้อมูลแรงงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐอาจจะทำให้เฟดเริ่มพิจารณาการปรับลดขนาด QE ลงอีก โดยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ตามเวลาไทย

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคายังไม่ผ่าน $ 1,256 Us/Oz มีโอกาสย่อพักตัวมาที่แนวรับหาจังหวะเปิด Shot ที่แนวต้าน เน้นทำกำไรรอบสั้น ๆ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

เงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินในเอเชีย หลังจากที่ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินส่าคัญทั่วทั้งโลก เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ของเฟด

 

แนวโน้มสัปดาห์หน้า (13-17 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพ.ย. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม งบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ตัวเลขเบื้องต้น) เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในการประชุมเมื่อวานนี้ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้เช่นกัน

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 14/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,230 1,220 1,211

แนวต้าน (Resistance) 1,256 1,267 1,275

 

ดอลลาร์อ่อนค่าลง ขณะนักลงทุนประเมินว่าข้อมูลการจ้างงานสหรัฐเมื่อเร็วๆนี้ที่ออกมาต่ำเกินคาดอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐนักลงทุนดูประเมินข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐ ภายหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรประจ่าเดือนธ.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 74,000 ตำแหน่ง ซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 200,000 ตำแหน่ง นักวิเคราะห์ระบุว่า ข้อมูลที่อ่อนแรงดังกล่าวอาจเป็นดาบสองคมสำหรับราคาทองแดง เนื่องจากอาจได้รับประโยชน์จากการคงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ แต่ก็อาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการลดลงไปด้วย

 

แนวโน้มสัปดาห์หน้า (13-17 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ตัวเลขเบื้องต้น) เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

ราคาทองคำวานนี้ (13 ม.ค.) ปิดบวกในกรอบแคบๆ นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อรอดูทิศทางเศรษฐกิจ หลังจากอเมริกาเผยแพร่ข้อมูลภาคแรงงานที่น่าผิดหวังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ธนาคารบาร์เคลย์ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำโดยเฉลี่ยในปี 2557 ลงสู่ระดับ 1,205 ดอลลาร์/ออนซ์ และคาดว่าราคาทองคำอาจจะดิ่งลงไปทดสอบระดับต่ำสุดที่ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ในปีนี้ ขณะที่โกลด์แมนแซคส์ ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำลงอีกในปี 2557 โดยคาดว่า ณ สิ้นปีนี้ ราคาทองคำจะดิ่งลงไปแตะระดับ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคายังไม่ผ่าน $ 1,256 Us/Oz มีโอกาสย่อพักตัวมาที่แนวรับ หาจังหวะเปิด Shot ที่แนวต้าน เน้นทำกำไรรอบสั้น ๆ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

เงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินในเอเชีย หลังจากที่ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินสำคัญทั่วทั้งโลก เนื่องจากนักลงทุนกังวลต่อการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE)ของเฟด

 

แนวโน้มสัปดาห์หน้า (13-17 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพ.ย. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม งบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ตัวเลขเบื้องต้น) เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในการประชุมเมื่อวานนี้ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้เช่นกัน

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 15/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ 1,227 1,219 1,210

แนวต้าน 1,250 1,256 1,267

 

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ม.ค.) เนื่องจากข้อมูลค้าปลีกที่ แข็งแกร่งของสหรัฐได้เพิ่มน้ำหนักให้กับกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ลงอีก นักลงทุนขานรับข้อมูลค้าปลีกที่ขยายตัวเกินคาด เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของยอดค้าปลีกยังบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัญญาทองคำยังได้รับแรงกดดันหลังจากนายเดนนิส ล็อคฮาร์ท ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า เขาสนับสนุนการปรับลดขนาดโครงการซื้อพันธบัตร ตราบใดที่เศรษฐกิจมีการขยายตัว 2.5-3.0% ด้านธนาคารบาร์เคลย์ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองค้าโดยเฉลี่ยในปี 2557 ลงสู่ระดับ 1,205 ดอลลาร์/ออนซ์ และคาดว่าราคาทองค้าอาจจะดิ่งลงไปทดสอบระดับต่ำสุดที่ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ในปีนี้ ขณะที่โกลด์แมนแซคส์ ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำลงอีกในปี 2557 โดยคาดว่า ณ สิ้นปีนี้ ราคาทองค้าจะดิ่งลงไปแตะระดับ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยับขึ้น 0.1%

 

แนะแนวทางการลงทุน

หากราคาดีดตัวขึ้นไม่สามารถผ่านแนว $ 1,248 Us/Oz ไปได้อาจพิจารณาเปิด Shot อีกครั้งเน้นทำกำไรระยะสั้น ๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 16/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,228 1,218 1,208

แนวต้าน (Resistance) 1,256 1,267 1,274

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 ม.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับลดขนาดมาตรการ QE ต่อไป

 

นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฟดสาขานิวยอร์ก รายงานว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) ขยายตัวสู่ระดับ 12.51 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.2555 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะ 3.0 เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมของภาคการผลิตในนิวยอร์กมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนนี้

 

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังร่วงลงหลังจากนายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานเฟดสาขาดัลลัส ได้เน้นย้ำท่าทีในการสนับสนุนให้เฟดชะลอมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE โดยระบุว่าเขาจะโหวตให้เฟดปรับลดนโยบายดังกล่าวต่อไป หากแนวโน้มเศรษฐกิจไม่เกิดการพลิกผันอย่างรุนแรง

 

ขณะที่นายชาร์ลส์ พลอสเซอร์ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียกล่าวว่า เฟดควรยุติโครงการซื้อพันธบัตรก่อนสิ้นปี 2557 โดยระบุว่าข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐที่อ่อนแรงในเดือนธ.ค.จะไม่ส่งผลให้เฟดยุติการดำเนินการตามแผนในการปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

หากราคายังไม่สามรถผ่านด่าน $ 1,247 Us/Oz ขึ้นไปได้ ยังเสี่ยงโดนแรงเทขาย ลงมาอีกครั้ง รอเข้าซื้อที่แนวรับ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 ม.ค.) เพราะได้รับแรงหนุนจากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาสนับสนุนให้เฟดปรับลดขนาดมาตรการ QE ต่อไป

 

แนวโน้มสัปดาห์หน้า (13-17 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพ.ย. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม งบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ตัวเลขเบื้องต้น) เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในการประชุมเมื่อวานนี้ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้เช่นกัน

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 17/1/2557

 

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

 

แนวรับ 1,230 1,218 1,210

แนวต้าน 1,247 1,256 1,267

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนแรงลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 11 ม.ค. ปรับตัวลดลง 2,000 ราย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงสู่ระดับ 328,000 ราย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง ส่วนดัชนีราคา

ผู้บริโภค (CPI) เดือนธ.ค. ปรับตัวขึ้น 0.3% ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐานซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงาน ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อนั้น ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าการที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำนั้น จะช่วยเปิดทางให้เฟดยังคงเดินหน้าตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับใกล้ 0% ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ในรายงานการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 17-18 ธ.ค.ระบุว่า เจ้าหน้าที่หลายคนของเฟดมองว่าจำเป็นต้องจับตาความคืบหน้าด้านเงินเฟ้ออย่างระมัดระวังเพื่อประเมินความชัดเจนว่า เงินเฟ้อ ซึ่งได้ปรับตัวต่ำกว่าเป้าหมายที่ 2% อย่างต่อเนื่องนั้น จะกลับมาเคลื่อนไหวสู่เป้าหมายระยะยาวของเฟดเมื่อใด สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ม.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและการร่วงลงของตลาดหุ้นนิวยอร์กได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ซึ่งช่วยหนุนสัญญาทองคำให้ดีดตัวขึ้นปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคามีลักษณะเป็น Sideway Up อาจจะขึ้นทดสอบที่บริเวณแนวต้านให้ปิดสถานะที่มีกำไรที่บริเวณต้านดังกล่าว

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนแรงลงหลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 11 ม.ค. ปรับตัวลดลง 2,000 ราย สู่ระดับ 326,000 ราย ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงสู่ระดับ 328,000 ราย ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง

 

แนวโน้มสัปดาห์หน้า (13-17 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ ช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจ ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนพ.ย. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน การอนุญาตก่อสร้าง การผลิตภาคอุตสาหกรรม งบประมาณของรัฐบาลกลางเดือนธ.ค. ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย ผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ตัวเลขเบื้องต้น) เดือนม.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

 

สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์ก หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในการประชุมเมื่อวานนี้ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางอังกฤษมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้เช่นกัน

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 20/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,252 1,246 1,237

แนวต้าน (Resistance) 1,267 1,275 1,280

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ส่วนใหญ่ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.) หลังจากสหรัฐ เปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังปรับตัวดีขึ้นโดยรวม

 

ตลาดวิตกกังวลว่าวิกฤตหนี้ยุโรปอาจย่ำแย่ลงท่ามกลางสถานการณ์การทางการเมืองของโปรตุเกสที่อยู่ในภาวะผันผวน หลังจากที่นายเปาโล พอร์ตาส รัฐมนตรีต่างประเทศ และนายวิตอร์ กาสปาร์ รัฐมนตรีคลัง ลาออกจากตำแหน่งเพราะไม่พอใจนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลโปรตุเกสจะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติม

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.) เนื่องจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ยังคงอ่อนแอต่อเนื่องภายหลังการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวังและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ได้ช่วยหนุนให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุน นอกจากนี้ความต้องการทองคำในตลาด Physical ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีนในสิ้นเดือนนี้ ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนราคาทองคำ

 

แนะแนวทางการลงทุน

เริ่มมีสัญญาณที่เป็น Bearish Divergence อาจจะมีการพักตัวระหว่างวัน และเป็นการย่อเพื่อขึ้นต่อ (หากราคาไม่หลุด $ 1246 Us/Oz)

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆส่วนใหญ่ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐกาลังปรับตัวดีขึ้นโดยรวม

ยูโรอ่อนค่าลงแตะระดับ 1.3529 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3614 ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี เงินปอนด์เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.6420 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6359 ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะ 0.8771 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 0.8816 ดอลลาร์สหรัฐ

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (20-24 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ สัญญาณอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากผลการประชุมกนง.(22 ม.ค.) รวมถึงดัชนีPMI ภาคการผลิตของหลายๆประเทศ (เบื้องต้น) เดือนม.ค. 2557 ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค.2556 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังน่าจะติดตามข้อมูลจีดีพีและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ของจีนในช่วงต้นสัปดาห์ด้วยเช่นกัน อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการในวันจันทร์ เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 21/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,248 1,244 1,236

แนวต้าน (Resistance) 1,267 1,275 1,287

 

สำหรับข้อมูลที่มีการเปิดเผยในวันศุกร์นั้นมีทั้งบวกและลบ โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ตัวเลขเริ่มสร้างบ้านร่วงลง 9.8% สู่ระดับ 999,000 ยูนิต แต่ถึงแม้จะเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย.2556 แต่ตัวเลขก็ยังสูงกว่าการคาดการณ์ของตลาดที่ระดับ 990,000 ยูนิต ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงให้เห็นว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 1% ในเดือนพ.ย. ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของรอยเตอร์/มหาวิทยาลัย ที่ร่วงลงผิดคาดแตะ 80.4 ในเดือนม.ค. จาก 82.5 ในเดือนก่อนหน้า

 

ตลาดวิตกกังวลว่าวิกฤตหนี้ยุโรปอาจย่ำแย่ลงท่ามกลางสถานการณ์การทางการเมืองของโปรตุเกสที่อยู่ในภาวะผันผวน หลังจากที่นายเปาโล พอร์ตาส รัฐมนตรีต่างประเทศ และนายวิตอร์ กาสปาร์ รัฐมนตรีคลัง ลาออกจากตำแหน่งเพราะไม่พอใจนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลโปรตุเกสจะต้องเผชิญกับความยากลาบากในการใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติม

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดเพิ่มขึ้นเมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.) เนื่องจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ยังคงอ่อนแอต่อเนื่องภายหลังการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวังและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ได้ช่วยหนุนให้ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้นสาหรับนักลงทุน นอกจากนี้ความต้องการทองคำในตลาด Physical ก่อนช่วงเทศกาลตรุษจีนในสิ้นเดือนนี้ ยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนราคาทองคา

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาเริ่มพักตัวอาจจะพิจารณาเข้าซื้อที่แนวรับ เมื่อราคาอ่อนตัว กรณีราคาดีดขึ้นชนแนวต้านแนะเปิด Shot

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆส่วนใหญ่ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (17 ม.ค.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลที่สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐกาลังปรับตัวดีขึ้นโดยรวม

ยูโรอ่อนค่าลงแตะระดับ 1.3529 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.3614 ดอลลาร์เมื่อวันพฤหัสบดี เงินปอนด์เพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.6420 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6359 ดอลลาร์สหรัฐ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะ 0.8771 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 0.8816 ดอลลาร์สหรัฐ

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (20-24 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ สัญญาณอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากผลการประชุมกนง.(22 ม.ค.) รวมถึงดัชนีPMI ภาคการผลิตของหลายๆประเทศ (เบื้องต้น) เดือนม.ค. 2557ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สาคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้นาเศรษฐกิจ ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค.2556 และจานวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังน่าจะติดตามข้อมูลจีดีพีและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ของจีนในช่วงต้นสัปดาห์ด้วยเช่นกัน อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทาการในวันจันทร์ เนื่องในวันมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 22/1/2557

 

แนวโน้มราคาทองคำช่วงเช้า

 

แนวรับ 1,233 1,220 1,211

แนวต้าน 1,247 1,256 1,267

 

นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากไอเอ็มเอฟประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นขยายตัว 3.7% ในปี 2557 ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.1% จากการคาดการณ์เมื่อเดือนต.ค. เพราะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวโดยรวมในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า การขยายตัวในกลุ่มเศรษฐกิจพัฒนาจะอยู่ที่ 2.2% ในปี 2557 เพิ่มขึ้นจากระดับ 2% ในการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ และเทียบกับอัตราขยายตัวที่ 1.3% ในปี 2556 "กลุ่มประเทศที่ใช้สกุลเงินยูโรกำลังเปลี่ยนแปลงจากหดตัวเป็นฟื้นตัว" ไอเอ็มเอฟระบุในรายงานซึ่งจัดทำขึ้นปีละสองครั้ง โดยหลังจากที่หดตัวในปี 2555 และ 2556 ไอเอ็มเอฟคาดว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะกลับมาขยายตัว 1% ในปี 2557 และ 1.4%

 

ในปี 2558 แต่การฟื้นตัวอาจไม่สม่ำเสมอ สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐนั้น คาดว่าจะขยายตัว 2.8% ในปี 2557 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ 2.6% และเร็วขึ้นจากอัตราขยายตัวที่ 1.9% ในปี 2556 อันเนื่องมาจากอุปสงค์ภายในประเทศ ซึ่งได้รับแรงหนุนส่วนหนึ่งจากการลดปัจจัยถ่วงทางการคลัง ภายหลังจากที่มีการบรรลุข้อตกลงงบประมาณเมื่อไม่นานมานี้

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (21 ม.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และจากการที่นักวิเคราะห์ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำซึ่งปัจจัยส่งผลให้ความน่าดึงดูดใจของทองคำลดน้อยลง สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ.ร่วงลง 10.1 ดอลลาร์ หรือ 0.81% ปิดที่ 1,241.8 ดอลลาร์/ออนซ์ และการปรับตัวลดลงของเมื่อคืนวานนี้ ทำให้แท่งเทียนเป็นรูปแบบ Reverse จะทำให้เกิดการพักตัวอยู่หลายวัน ดังนั้นอาจจะต้องรอดูความชัดเจนของตลาดออกไปก่อน

 

 

แนะแนวทางการลงทุน

ราคาปรับตัวลดลงกว่าที่คาดการณ์ จะทำให้มีแรงเทขายสะสมอยู่ ระหว่างวันอาจมีรีบาวน์ หากทดสอบแนวต้านแนะเปิด

Shot กรณีปรับลงแนะเข้าซื้อที่แนวรับ

 

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ม.ค.) หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากไอเอ็มเอฟประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นขยายตัว 3.7% ในปี 2557 ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.1% จากการคาดการณ์เมื่อเดือนต.ค. เพราะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวโดยรวมในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (20-24 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ สัญญาณอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากผลการประชุมกนง.(22 ม.ค.) รวมถึงดัชนีPMI ภาคการผลิตของหลายๆประเทศ (เบื้องต้น) เดือนม.ค. 2557 ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค.2556 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังน่าจะติดตามข้อมูลจีดีพีและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ของจีนในช่วงต้นสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

head.jpg

 

บทวิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ By Gcap Gold ประจำวันที่ 23/1/2557

 

แนวโน้มช่วงเช้า

 

แนวรับ (Support) 1,220 1,211 1,200

แนวต้าน (Resistance) 1,247 1,256 1,267

 

นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากไอเอ็มเอฟประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก จากการคาดการณ์เมื่อเดือนต.ค. เพราะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวโดยรวมในประเทศ ดอลลาร์สหรัฐได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) จะปรับลดขนาดโครงการซื้อสินทรัพย์ หรือ QE ลงอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในการประชุมแต่ละครั้ง จนกว่าโครงการดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในปีนี้ หลังจากมีสัญญาณบ่งชี้ถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งได้รับแรงหนุนส่วนหนึ่งจากปัจจัยทางการคลัง ภายหลังจากที่มีการบรรลุข้อตกลงงบประมาณเมื่อไม่นานมานี้

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (22 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาทองคำ หลังจากวาณิชย์ธนกิจหลายแห่งได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ ทองคำปรับตัวลงหลังจากวาณิชย์ธนกิจหลายแห่งได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำ โดยโกลด์แมนแซคส์ คาดการณ์ว่า ณ สิ้นปี 2557 ราคาทองคำจะดิ่งลงไปแตะระดับ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะธนาคารบาร์เคลย์ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำโดยเฉลี่ยในปี 2557 ลงสู่ระดับ 1,205 ดอลลาร์/ออนซ์ และคาดว่าราคาทองคำอาจจะดิ่งลงไปทดสอบระดับต่ำสุดที่ 1,050 ดอลลาร์/ออนซ์ในปีนี้ นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ ยังได้ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2557 ลง 11.6% สู่ระดับ 1,160 ดอลลาร์/ออนซ์ และปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2558 ลง 12.5% สู่ระดับ 1,138 ดอลลาร์/ออนซ์

 

แนะแนวทางการลงทุน

แนะเข้าซื้อที่แนวรับเพียงบางส่วน และคอยติดตามตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานในคืนนี้ 20.30 น.

 

สรุปภาวะแลกเปลี่ยนเงินตรา

 

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากไอเอ็มเอฟประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก จากการคาดการณ์เมื่อเดือนต.ค. เพราะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวโดยรวมในประเทศ

 

ตลาดการเงินจับตาดูข้อมูลด้านแรงงานอย่างใกล้ชิด เพราะจะเป็นปัจจัยชี้นำว่าเฟดจะปรับลดขนาดมาตรการ QE ลงอีกหรือไม่ หลังจากที่การประชุมเมื่อ

เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา เฟดมีมติปรับลดขนาด QE ด้วยการลดวงเงินการซื้อพันธบัตรลง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิมที่ระดับ 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองแนวโน้มเงินบาทสัปดาห์ถัดไป (20-24 ม.ค. 2557) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-33.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตาปัจจัยการเมืองในประเทศ สัญญาณอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากผลการประชุมกนง.(22 ม.ค.) รวมถึงดัชนีPMI ภาคการผลิตของหลายๆประเทศ (เบื้องต้น) เดือนม.ค. 2557 ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค.2556 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ นักลงทุนยังน่าจะติดตามข้อมูลจีดีพีและข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ของจีนในช่วงต้นสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now
Sign in to follow this  

×